
ระบบกักเก็บพลังงานและงานวิศวกรรม
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของโรงงาน อาคารสำนักงาน
หรือธุรกิจที่ต้องการลดค่าไฟ และเพิ่มความมั่นคงให้ระบบพลังงาน ของคุณ...
เอเน็กซ์พร้อมให้บริการระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System หรือ ESS) ที่ออกแบบมาให้ตรงกับความต้องการโดยเฉพาะ
เรื่องความปลอดภัยคือหัวใจหลักของการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานที่เอเน็กซ์ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในอาคารหรือโรงงาน จำเป็นต้องมั่นใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานหรือสิ่งแวดล้อม
ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS – Battery Management System)
ตรวจจับความผิดปกติของแบตเตอรี่ เช่น ไฟเกิน ไฟตก ความร้อนผิดปกติ และสั่งตัดวงจรทันทีเพื่อป้องกันอันตราย
ระบบควบคุมพลังงาน (PCS - Power Conversion System)
ควบคุมการชาร์จและคายประจุของแบตเตอรี่ ทำงานร่วมกับ BMS เพื่อให้แบตชาร์จหรือจ่ายไฟได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ห้องหรือตู้สำหรับใส่แบตเตอรี่
โครงสร้างออกแบบมาเพื่อจำกัดความเสียหายหากเกิดเหตุ และไม่ให้ไฟลามข้ามแบตเตอรี่ลูกอื่น รวมถึงระบบระบายความร้อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกิน ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 20–30°C


ระบบความปลอดภัยต่างๆ
เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดเหตุอันตรายจากระบบกักเก็บพลังงาน ไม่ว่าเป็นระบบแจ้งเตือนและป้องกันไฟไหม้ ระบบตรวจจับแก๊สและควัน ระบบตรวจจับอุณหภูมิและความชื้น เป็นต้น
แบตเตอรี่คุณภาพสูง ปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว
เลือกใช้แบตเตอรี่ LiFePO₄ หรือแบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐานสากล ซึ่งปลอดภัยกว่าชนิดทั่วไป
ออกแบบและติดตั้งโดยวิศวกรมืออาชีพ
การติดตั้งและออกแบบระบบที่ถูกต้องเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ระบบปลอดภัย และใช้งานได้จริง
โซลูชั่นระบบกักเก็บพลังงาน
เพื่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้า (Grid Support)
เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าเพื่อควบคุมความถี่ (เช่น 50Hz หรือ 60Hz) โดยจ่ายหรือดูด พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายและลดปัญหาไฟตก
หรือไฟกระตุกที่อาจกระทบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักร
ระบบไมโครกริด (Microgrid system)
เพื่อยกระดับระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้สามารถผลิต จัดเก็บ และกระจายพลังงานให้กับ พื้นที่ที่ต้องการ และยังสามารถทำงานอิสระจากระบบไฟฟ้าหลักได้ โดยระบบไมโครกริด สามารถใช้แหล่งพลังงานไฟฟ้าได้จากทั้งระบบไฟฟ้าหลักหรือแหล่งพลังงานผลิตไฟฟ้า อื่นๆ เช่น โซลาร์เซลล์ ได้
ระบบไฟสำรอง (Back up)
ใช้เป็นแหล่งไฟสำรองในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีไฟฟ้าใช้ต่อเนื่องไม่ว่าจะ เกิดการขัดข้องจากไฟฟ้าหลักหรือไม่ ทำให้สามารถใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ต่อเนื่องโดยไม่เกิดการสะดุด
เพื่อลดต้นทุนการใช้ไฟฟ้า (Peak Shaving & Load Shifting)
ใช้แบตเตอรี่ช่วยจ่ายไฟในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak load) ซึ่งเป็นช่วงที่ราคา ค่าไฟแพงและจะชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงที่ไฟฟ้ามีราคาถูก แล้วนำไฟที่เก็บได้มาใช้ในช่วง ที่มีค่าไฟแพง เพื่อช่วยให้ลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าสำหรับธุรกิจ